Zero Trust คือแนวคิดด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ยึดหลัก “Never Trust, Always Verify” หรือ “ไม่ไว้วางใจใคร และต้องตรวจสอบเสมอ” โดยไม่ยึดติดกับแนวคิดเดิมที่ว่า ผู้ใช้หรืออุปกรณ์ที่อยู่ภายในเครือข่ายองค์กรเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ไม่ว่าผู้ใช้จะเชื่อมต่อจากภายในหรือภายนอกองค์กร ทุกการเข้าถึงระบบจะต้องผ่านการตรวจสอบตัวตน สิทธิ์การใช้งาน และสถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์
หลักการพื้นฐาน 3 ประการ (Core Principles)
ตรวจสอบอย่างเข้มงวดทุกครั้งก่อนอนุญาตให้เข้าถึง
ระบบจะทำการยืนยันตัวตนและประเมินความปลอดภัยจากหลายปัจจัย เช่น
- ตัวตนของผู้ใช้ (User Identity)
- สถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์ (Device Health)
- ตำแหน่งที่ตั้ง (Location)
- แอปพลิเคชันหรือบริการที่ต้องการเข้าถึง
การอนุญาตจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผ่านการตรวจสอบครบทุกเงื่อนไข
ให้สิทธิ์การเข้าถึงเท่าที่จำเป็น
ผู้ใช้จะได้รับสิทธิ์เฉพาะข้อมูลหรือระบบที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้น โดยใช้แนวคิด เช่น
- Just-In-Time (JIT) ให้สิทธิ์เฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็น
- Just-Enough Access (JEA) ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่
แนวทางนี้ช่วยลดความเสียหาย หากบัญชีผู้ใช้ถูกโจมตีหรือถูกขโมยข้อมูล
สมมติไว้เสมอว่าระบบอาจถูกเจาะแล้ว
Zero Trust ออกแบบระบบโดยตั้งสมมติฐานว่าผู้ไม่หวังดีอาจอยู่ภายในเครือข่ายแล้ว จึงต้องลดผลกระทบให้มากที่สุดผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น
- Micro-segmentation แบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของภัยคุกคาม
- Encryption เข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะจัดเก็บ (At Rest) และขณะรับส่งข้อมูล (In Transit)
องค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน (Zero Trust Pillars)
| เสาหลัก (Pillar) | แนวทางการควบคุม |
|---|---|
| Identity | ยืนยันตัวตนด้วย Multi-Factor Authentication (MFA) และบริหารจัดการสิทธิ์ผ่าน Identity and Access Management (IAM) |
| Devices | ตรวจสอบสถานะและความปลอดภัยของอุปกรณ์ (Endpoint Protection) ก่อนอนุญาตให้เชื่อมต่อระบบ |
| Networks | ใช้ Micro-segmentation แบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อย เพื่อลดการเคลื่อนย้ายของภัยคุกคามภายในองค์กร |
| Applications | ควบคุมการเข้าถึงแอปพลิเคชันและ API พร้อมติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานที่ผิดปกติ |
| Data | จัดประเภทข้อมูล ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง และเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะจัดเก็บ (At Rest) และขณะรับส่ง (In Transit) |
สรุป
Zero Trust ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่เป็น แนวคิดด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่เปลี่ยนวิธีการป้องกันองค์กรจากการ “เชื่อก่อนแล้วค่อยตรวจสอบ” มาเป็น “ตรวจสอบก่อน แล้วจึงอนุญาต” ทุกครั้ง โดยอาศัยการยืนยันตัวตน การให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น และการออกแบบระบบให้พร้อมรับมือแม้เกิดการบุกรุก ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์และปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
ติดต่อเราเพื่อทดลองใช้งานหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
📞 Tel: 02-690-3888
📧 Email: sales@proen.co.th



